Bangkokbiznews (© Copyright (c) Krungthep Turakij Media Co.,Ltd. All Rights Reserved.)
Updated: Fri, 22 Nov 2013 11:37:00 GMT | By กรุงเทพธุรกิจ, Bangkokbiznews

คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'

กระทรวงคลังเสนอ ครม.อังคารนี้ ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง' พร้อมโยกงบยังไม่ดำเนินโครงการ และขยายเวลาเบิกจ่ายเงินกู้ถึงปี 2557


คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องการบริหารโครงการลงทุนภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ให้ ครม.พิจารณา

มีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ภายหลังปีงบประมาณ 2556

โครงการที่มีการปรับ ประกอบด้วย โครงการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและมีการผูกพันสัญญาแล้ว จำนวน 9 รายการ วงเงิน 292 ล้านบาท

โครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สำหรับรายการที่มีการผูกพันสัญญาของกรมทรัพยากรน้ำ วงเงิน 86.4 ล้านบาท

โครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วงเงิน 629 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการ จำนวน 50 แห่ง ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายตามความเห็นของกระทรวงการคลัง

สำหรับรายการที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการและหรือขอรับจัดสรรเงินเพิ่มขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เร่งรัดขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ภายในวันที่ 31 ต.ค.2556

ส่วน โครงการที่ถูกยกเลิกเงินกู้ ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 จะนำวงเงินกู้ดังกล่าวรวมเป็นวงเงินเหลือจ่ายในหน่วยงานอื่น

โครงการที่ถูกยกเลิกที่ยังไม่มีข้อผูกพันสัญญา และยังไม่ได้เริ่มการดำเนินงาน คือ โครงการอาคารพักพยาบาล 20 ห้อง โรงพยาบาลนายายอาม จ.จันทบุรี วงเงิน 5 ล้านบาท และโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จ.นครศรีธรรมราช วงเงิน 7 ล้านบาท ของกระทรวงสาธารณสุข

ยกเลิกการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ รายการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยภูนก ช่วง 2 ห้วยภูนก จ.อุตรดิตถ์ วงเงิน 1.9 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถเข้าพื้นที่ดำเนินการได้ และรายการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองน้ำบางดี จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 4.2 ล้านบาท ของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้มีการจัดสรรเงินสำรองจ่ายเพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ประกอบด้วย 1.กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 รายการ วงเงิน 2.1 ล้านบาท 2.กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 18 รายการ วงเงิน 31 ล้านบาท และ 3.กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย 1 รายการ วงเงิน 1.3 ล้านบาท และรับทราบและอนุมัติวงเงินเหลือจ่ายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วงเงิน 42 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนางานห้องผ่าตัด ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน และห้องปฏิบัติการกลาง จำนวน 30 รายการ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 กระทรวงการคลังกำหนดให้แต่ละหน่วยงานจะต้องส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณพิจารณาเพื่อขอจัดสรรเงิน ซึ่งรวมถึงแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ และอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงิน เป็นภายในวันที่ 31 พ.ค. 2557

0ความคิดเห็น
bangkokbankbangkokbank

การออม

คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'กระทรวงคลังเสนอ ครม.อังคารนี้ ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง' พร้อมโยกงบยังไม่ดำเนินโครงการ และขยายเวลาเบิกจ่ายเงินกู้ถึงปี 2557กรุงเทพธุรกิจBangkokbiznewsBangkokbiznews(©Copyright (c) Krungthep Turakij Media Co.,Ltd. All Rights Reserved.)2013-11-22T11:37:002013-11-22T11:37:00กรุงเทพธุรกิจรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องการบริหารโครงการลงทุนภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 และเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ให้ ครม.พิจารณามีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 ภายหลังปีงบประมาณ 2556โครงการที่มีการปรับ ประกอบด้วย โครงการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและมีการผูกพันสัญญาแล้ว จำนวน 9 รายการ วงเงิน 292 ล้านบาทโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สำหรับรายการที่มีการผูกพันสัญญาของกรมทรัพยากรน้ำ วงเงิน 86.4 ล้านบาทโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วงเงิน 629 ล้านบาทโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการ จำนวน 50 แห่ง ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายตามความเห็นของกระทรวงการคลังสำหรับรายการที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการและหรือขอรับจัดสรรเงินเพิ่มขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เร่งรัดขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ภายในวันที่ 31 ต.ค.2556ส่วน โครงการที่ถูกยกเลิกเงินกู้ ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 จะนำวงเงินกู้ดังกล่าวรวมเป็นวงเงินเหลือจ่ายในหน่วยงานอื่นโครงการที่ถูกยกเลิกที่ยังไม่มีข้อผูกพันสัญญา และยังไม่ได้เริ่มการดำเนินงาน คือ โครงการอาคารพักพยาบาล 20 ห้อง โรงพยาบาลนายายอาม จ.จันทบุรี วงเงิน 5 ล้านบาท และโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จ.นครศรีธรรมราช วงเงิน 7 ล้านบาท ของกระทรวงสาธารณสุขยกเลิกการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ รายการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยภูนก ช่วง 2 ห้วยภูนก จ.อุตรดิตถ์ วงเงิน 1.9 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถเข้าพื้นที่ดำเนินการได้ และรายการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองน้ำบางดี จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 4.2 ล้านบาท ของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้มีการจัดสรรเงินสำรองจ่ายเพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ประกอบด้วย 1.กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 รายการ วงเงิน 2.1 ล้านบาท 2.กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 18 รายการ วงเงิน 31 ล้านบาท และ 3.กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย 1 รายการ วงเงิน 1.3 ล้านบาท และรับทราบและอนุมัติวงเงินเหลือจ่ายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วงเงิน 42 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนางานห้องผ่าตัด ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน และห้องปฏิบัติการกลาง จำนวน 30 รายการทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 กระทรวงการคลังกำหนดให้แต่ละหน่วยงานจะต้องส่งข้อมูลให้สำนักงบประมาณพิจารณาเพื่อขอจัดสรรเงิน ซึ่งรวมถึงแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันทำการ และอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายเงิน เป็นภายในวันที่ 31 พ.ค. 2557คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'คลังชงครม.ปรับงบ'ไทยเข้มแข็ง'

ข่าวที่เกี่ยวข้อง