Bangkokbiznews (© Copyright (c) Krungthep Turakij Media Co.,Ltd. All Rights Reserved.)
Updated: Wed, 23 Oct 2013 02:00:00 GMT | By กรุงเทพธุรกิจ, Bangkokbiznews

ข้อความใหม่ในใบกำกับภาษี (2)

ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 196)


กำหนดข้อความอื่นในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 จึงขอนำประเด็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ "ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป" มาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้ครับ ปุจฉา ใบกำกับภาษีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง วิสัชนา ตามนิยามศัพท์ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ตามมาตรา 77/1 (22) แห่งประมวลรัษฎากรแบ่งออกเป็น 6 ชนิดดังนี้ 1.ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร3. ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน ตามมาตรา 86/6 วรรคห้าแห่งประมวลรัษฎากร 4. ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร 5. ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร 6. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ส่วนราชการกรมสรรพากร กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิตเป็นผู้ออกให้แก่ผู้ชำระหรือนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร ปุจฉา ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป คือ อะไร วิสัชนาใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป คือ เอกสารหลักฐานที่สำคัญในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีข้อกำหนดตามกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เพื่อแสดงให้ทราบว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายสินค้าหรือให้บริการ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมีมูลค่าเท่าใด คิดเป็นจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเรียกเก็บเป็นจำนวนเท่าใด โดยต้องออกในทันทีที่เกิดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือการให้บริการนั้น ในเบื้องต้นก็คือ เมื่อมีการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อมีการรับชำระค่าบริการ ซึ่งก็คือ "วัน เดือน ปี" ที่ระบุในใบกับภาษีแบบเต็มรูปนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะได้เรียกร้องใบกำกับภาษีหรือไม่ก็ตาม ในด้านตรงกันข้ามกับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ได้รับ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ท่านให้ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเป็นหลักฐานแสดงว่า ตนได้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายใดเป็นสินค้าหรือรับบริการ ชนิด หรือประเภทใดมีปริมาณ และมีมูลค่าเท่าใด มีจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้ชำระหรือพึงต้องชำระเป็นจำนวนเท่าใด โดยให้นำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับกิจการนั้น ไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียในแต่ละเดือนภาษี ดังนั้น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแต่ละฉบับจึงอาจมีจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของฐานภาษีตามใบกำกับภาษีนั้นในอัตราร้อยละ 7.0 คิดเป็นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีจำนวนตั้งแต่เป็น เศษสตางค์ จนถึงนับล้านๆ บาท จึงต้องมีข้อกำหนดให้รัดกุมที่ทางราชการจะสามารถกำกับให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียนกันได้โดยง่าย

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

0ความคิดเห็น
bangkokbankbangkokbank

การออม

ข้อความใหม่ในใบกำกับภาษี (2)ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 196)กรุงเทพธุรกิจBangkokbiznewsBangkokbiznews(©Copyright (c) Krungthep Turakij Media Co.,Ltd. All Rights Reserved.)2013-10-23T02:00:002013-10-23T02:00:00กำหนดข้อความอื่นในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 จึงขอนำประเด็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ "ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป" มาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้ครับ ปุจฉา ใบกำกับภาษีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง วิสัชนา ตามนิยามศัพท์ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ตามมาตรา 77/1 (22) แห่งประมวลรัษฎากรแบ่งออกเป็น 6 ชนิดดังนี้ 1.ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร2. ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร3. ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน ตามมาตรา 86/6 วรรคห้าแห่งประมวลรัษฎากร 4. ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร 5. ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร 6. ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ส่วนราชการกรมสรรพากร กรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิตเป็นผู้ออกให้แก่ผู้ชำระหรือนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร ปุจฉา ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป คือ อะไร วิสัชนาใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป คือ เอกสารหลักฐานที่สำคัญในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีข้อกำหนดตามกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียน ต้องออกให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เพื่อแสดงให้ทราบว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายสินค้าหรือให้บริการ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมีมูลค่าเท่าใด คิดเป็นจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเรียกเก็บเป็นจำนวนเท่าใด โดยต้องออกในทันทีที่เกิดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือการให้บริการนั้น ในเบื้องต้นก็คือ เมื่อมีการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อมีการรับชำระค่าบริการ ซึ่งก็คือ "วัน เดือน ปี" ที่ระบุในใบกับภาษีแบบเต็มรูปนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะได้เรียกร้องใบกำกับภาษีหรือไม่ก็ตาม ในด้านตรงกันข้ามกับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ได้รับ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ท่านให้ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเป็นหลักฐานแสดงว่า ตนได้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายใดเป็นสินค้าหรือรับบริการ ชนิด หรือประเภทใดมีปริมาณ และมีมูลค่าเท่าใด มีจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้ชำระหรือพึงต้องชำระเป็นจำนวนเท่าใด โดยให้นำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับกิจการนั้น ไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียในแต่ละเดือนภาษี ดังนั้น ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแต่ละฉบับจึงอาจมีจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของฐานภาษีตามใบกำกับภาษีนั้นในอัตราร้อยละ 7.0 คิดเป็นเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีจำนวนตั้งแต่เป็น เศษสตางค์ จนถึงนับล้านๆ บาท จึงต้องมีข้อกำหนดให้รัดกุมที่ทางราชการจะสามารถกำกับให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียนกันได้โดยง่ายพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง