Fri, 29 Mar 2013 10:15:00 GMT | By www.bblam.co.th

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท

คิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่า คิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์


มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท

คิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่า

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท  อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง  อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

แม้ว่าตอนนี้จะลืมเลือนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่ากลอนบทนี้ก็ยังนำมาใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ในเรื่องการออมเงิน ซึ่งมาถึงในตอนนี้ก็ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องที่มีหลายๆคนให้ความสนใจกันในสภาวะเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมัน

เมื่อไม่นานมานี้มีหน่วยงานที่เริ่มรณรงค์ให้มีการใช้เหรียญสลึงกันมากขึ้น เพื่อลดตัวเลขเงินเฟ้อ บางคนอาจจะงงๆ ว่า เงินเฟ้อมันเกี่ยวอะไรกับเหรียญสลึงกัน แล้วทำไม่ต้องมีการรณรงค์ให้ใช้เหรียญนี้มากขึ้น และถ้าใช้แล้วมันจะลดเงินเฟ้อได้จริงหรือไม่

ก่อนหน้านี้ก็มีน้องคนหนึ่งเคยบ่นว่า ทำไมร้านขายข้าวว่าทำไมเค้าถึงต้องขึ้นราคากับข้าวทีละบาทสองบาท น่าจะขึ้นไปเลยทีละห้าบาท จะได้ไม่ต้องมีเงินทอนกลับมาเป็นเศษเหรียญ จะได้ไม่ต้องเก็บให้เกะกะกระเป๋า ก็เลยต้องบอกน้องเค้าไปว่า เราอาจจะรู้สึกว่าการที่ร้านค้าขึ้นราคาแค่บาท สองบาทมันอาจจะดูน้อยแต่ลองคิดดูนะว่าถ้ารวมๆกัน วันละ สองบาท สามมื้อ ห้าวันมันก็เป็นเงินสามสิบบาทแล้ว ถ้าสำหรับคนที่ได้ค่าแรงน้อยๆ มันก็เป็นเงินที่ค่อนข้างมากสำหรับเค้าแล้วเหมือนกัน อย่างน้อยก็พอที่จะซื้อข้าวได้เพิ่มอีกหนึ่งจานเลยทีเดียว

ทีนี้มาดูกันว่าเศษสตางค์เกี่ยวอะไรกับเงินเฟ้อ ก่อนอื่นเรามารู้จักก่อนดีกว่าว่าภาวะที่เรียกว่าเกิดเงินเฟ้อเป็นอย่างไร เงินเฟ้อ หมายถึง การที่ระดับราคาของสินค้าหรือบริการในช่วงระยะเวลาหนึ่งสูงขึ้นอย่างๆและต่อเนื่อง ซึ่งมีผลให้ค่าของเงินที่เรามีอยู่นั้นมีค่าลดลง ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น จากที่เราเคยเติมน้ำมันลิตรละ 25 บาท แต่ในปัจจุบันเราต้องเติมนำมันที่ราคาลิตรละ 30 บาท ดังนั้นเราต้องใช้เงินจำนวนเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือบริการในปริมาณที่เท่าเดิม หรือจ่ายเงินเท่าเดิมแต่ได้รับสินค้าน้อยลง

ซึ่งสาเหตุของเงินเฟ้อก็มีด้วยกัน 2 สาเหตุหลักๆ ก็คือ Cost – push inflation หรือการที่ต้นทุนการผลิตของสินค้าสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น และ Demand –pull inflation หรือการที่เกิดความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสินค้ามีอยู่ในตลาดไม่เพียงพอย่อมจะทำให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นได้เช่นกัน การคำนวณเงินเฟ้อนั้นจะทำได้โดยการวัดการเปลี่ยนแปลงชองระดับราคาสินค้า ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index /CPI) โดยอัตราเงินเฟ้อก็จะคำนวณมาจากการเป็นแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลานั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าเกิดเงินเฟ้อแล้วจะแย่ไปหมดนะคะ เพราะการที่เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างอ่อน จะถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น หรือการที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้าก็จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตมีการลงทุนขยายการผลิต จะทำให้เกิดการจ้างงาน และสุดท้ายเศรษฐกิจของประเทศจะเกิดการขยายตัว แต่ถ้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากๆ จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจที่จะซื้อสินค้า เนื่องจากสินค้ามีราคาสูง เงินที่มีอยู่ซื้อสินค้าได้น้อยลง ผู้ผลิตขายสินค้าได้น้อยลง ก็จะลดการผลิต และส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเกิดความถดถอยลง

ทีนี้หลายคนคงจะเริ่มนึกออกแล้วนะคะว่าเศษสตางค์ช่วยลดเงินเฟ้อได้อย่างไร ก็จากตัวอย่างที่ยกไว้ข้างต้น การที่ผู้ผลิต หรือพ่อค้าแม่ค้า ขึ้นราคาสินค้ากันครั้งละห้าบาท สิบบาท ก็จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าการที่ขึ้นราคาสินค้าครั้งละบาท สองบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วยังทำให้เราจ่ายเงินน้อยลงด้วย

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากไว้อีกประโยคนะคะ ว่า “ออมหนึ่งส่วน ใช้สามส่วน” จะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในช่วงที่เราเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ น้ำมันแพงอย่างช่วงนี้ค่ะ

อรุณี ศิลปการประดิษฐ์
บลจ. บัวหลวง จำกัด

ข้อมูลจากเว็บไซต์กองทุนบัวหลวง www.bblam.co.th
เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2556

1ความคิดเห็น
13 เม.ย. 2556 00:42
avatar
เก็บเงินเหรียญมาตั้งนาน พอเอาไปฝากธนาคาร กลับโดนคิดค่าธรรมเนียมค่านับเหรียญอีก น่ารันทดสิ้นดี
แจ้งทีมงาน
กรุณาช่วยเราในการรักษาชมุชนออนไลน์ให้เรียบร้อย ด้วยการรายงานพฤติกรรม หรือข้อความที่ไม่เหมาะสมจรรยาบรรณทางธุรกิจโปรดใช้แบบฟอร์มนี้เพื่อแจ้งทีมผู้ดูแล พวกเขาจะตรวจสอบรายงานของคุณและดำเนินการตามความเหมาะสม หากมีความจำเป็น อาจจะมีการส่งต่อรายงานที่ผิดกฎหมายทั้งหมดไปยังหน่วยงานที่เหมาะสม
หมวดหมู่
จำกัดแค่ 100 ตัวอักษร
คุณแน่ใจว่าต้องการจะลบความคิดเห็นนี้?
bangkokbankbangkokbank

การออม

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทคิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่า คิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์www.bblam.co.th 2013-03-29T10:15:00คิดว่าตอนเด็กๆคนคงถูกสอนให้ท่องคำกลอนที่ว่ามีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท  อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง  อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนานแม้ว่าตอนนี้จะลืมเลือนกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่ากลอนบทนี้ก็ยังนำมาใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ ในเรื่องการออมเงิน ซึ่งมาถึงในตอนนี้ก็ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องที่มีหลายๆคนให้ความสนใจกันในสภาวะเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเมื่อไม่นานมานี้มีหน่วยงานที่เริ่มรณรงค์ให้มีการใช้เหรียญสลึงกันมากขึ้น เพื่อลดตัวเลขเงินเฟ้อ บางคนอาจจะงงๆ ว่า เงินเฟ้อมันเกี่ยวอะไรกับเหรียญสลึงกัน แล้วทำไม่ต้องมีการรณรงค์ให้ใช้เหรียญนี้มากขึ้น และถ้าใช้แล้วมันจะลดเงินเฟ้อได้จริงหรือไม่ก่อนหน้านี้ก็มีน้องคนหนึ่งเคยบ่นว่า ทำไมร้านขายข้าวว่าทำไมเค้าถึงต้องขึ้นราคากับข้าวทีละบาทสองบาท น่าจะขึ้นไปเลยทีละห้าบาท จะได้ไม่ต้องมีเงินทอนกลับมาเป็นเศษเหรียญ จะได้ไม่ต้องเก็บให้เกะกะกระเป๋า ก็เลยต้องบอกน้องเค้าไปว่า เราอาจจะรู้สึกว่าการที่ร้านค้าขึ้นราคาแค่บาท สองบาทมันอาจจะดูน้อยแต่ลองคิดดูนะว่าถ้ารวมๆกัน วันละ สองบาท สามมื้อ ห้าวันมันก็เป็นเงินสามสิบบาทแล้ว ถ้าสำหรับคนที่ได้ค่าแรงน้อยๆ มันก็เป็นเงินที่ค่อนข้างมากสำหรับเค้าแล้วเหมือนกัน อย่างน้อยก็พอที่จะซื้อข้าวได้เพิ่มอีกหนึ่งจานเลยทีเดียวทีนี้มาดูกันว่าเศษสตางค์เกี่ยวอะไรกับเงินเฟ้อ ก่อนอื่นเรามารู้จักก่อนดีกว่าว่าภาวะที่เรียกว่าเกิดเงินเฟ้อเป็นอย่างไร เงินเฟ้อ หมายถึง การที่ระดับราคาของสินค้าหรือบริการในช่วงระยะเวลาหนึ่งสูงขึ้นอย่างๆและต่อเนื่อง ซึ่งมีผลให้ค่าของเงินที่เรามีอยู่นั้นมีค่าลดลง ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น จากที่เราเคยเติมน้ำมันลิตรละ 25 บาท แต่ในปัจจุบันเราต้องเติมนำมันที่ราคาลิตรละ 30 บาท ดังนั้นเราต้องใช้เงินจำนวนเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือบริการในปริมาณที่เท่าเดิม หรือจ่ายเงินเท่าเดิมแต่ได้รับสินค้าน้อยลงซึ่งสาเหตุของเงินเฟ้อก็มีด้วยกัน 2 สาเหตุหลักๆ ก็คือ Cost – push inflation หรือการที่ต้นทุนการผลิตของสินค้าสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น และ Demand –pull inflation หรือการที่เกิดความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสินค้ามีอยู่ในตลาดไม่เพียงพอย่อมจะทำให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นได้เช่นกัน การคำนวณเงินเฟ้อนั้นจะทำได้โดยการวัดการเปลี่ยนแปลงชองระดับราคาสินค้า ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index /CPI) โดยอัตราเงินเฟ้อก็จะคำนวณมาจากการเป็นแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลานั่นเองแต่ไม่ใช่ว่าเกิดเงินเฟ้อแล้วจะแย่ไปหมดนะคะ เพราะการที่เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างอ่อน จะถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเมื่อราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น หรือการที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้าก็จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตมีการลงทุนขยายการผลิต จะทำให้เกิดการจ้างงาน และสุดท้ายเศรษฐกิจของประเทศจะเกิดการขยายตัว แต่ถ้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากๆ จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจที่จะซื้อสินค้า เนื่องจากสินค้ามีราคาสูง เงินที่มีอยู่ซื้อสินค้าได้น้อยลง ผู้ผลิตขายสินค้าได้น้อยลง ก็จะลดการผลิต และส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมเกิดความถดถอยลงทีนี้หลายคนคงจะเริ่มนึกออกแล้วนะคะว่าเศษสตางค์ช่วยลดเงินเฟ้อได้อย่างไร ก็จากตัวอย่างที่ยกไว้ข้างต้น การที่ผู้ผลิต หรือพ่อค้าแม่ค้า ขึ้นราคาสินค้ากันครั้งละห้าบาท สิบบาท ก็จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าการที่ขึ้นราคาสินค้าครั้งละบาท สองบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วยังทำให้เราจ่ายเงินน้อยลงด้วยสุดท้ายนี้ ก็ขอฝากไว้อีกประโยคนะคะ ว่า “ออมหนึ่งส่วน ใช้สามส่วน” จะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินในช่วงที่เราเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ น้ำมันแพงอย่างช่วงนี้ค่ะอรุณี ศิลปการประดิษฐ์ บลจ. บัวหลวง จำกัดข้อมูลจากเว็บไซต์กองทุนบัวหลวง www.bblam.co.th เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2556มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง